ไลฟ์โค้ช : ต้องรอด

สร้างโค้ชสอนว่ายน้ำให้เอาชีวิตรอด ช่วยชีวิตคนจมน้ำ และการกู้ชีพฉุกเฉิน

เกี่ยวกับโครงการ

ที่มาความสำคัญ

 20 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยประสบกับเหตุการณ์ภัยพิบัติบ่อยครั้งขึ้น สร้างความเสียหายทางเศษฐกิจหลายหมื่นล้านบาท ที่สำคัญการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้ประเทศไทยอาจต้องเผชิญกับเหตุการณ์ภัยธรรมชาติอีกในอนาคต การวางแนวทางในการลดผลกระทบจากภัยพิบัติจึงถือเป็นเรื่องที่จำเป็นมาก ข้อมูลจาก โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย  (United Nations Development Programme – UNDP)

ที่มา https://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1446109470

โดยเฉพาะในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทุกปีจะมีเหตุการณ์อุทกภัย วาตภัย ในหลายพื้นที่ ทำให้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมค่อนข้างรุนแรงมีระดับน้ำท่วม ตั้งแต่ 1 เมตรถึง 5 เมตร เช่นกรณี เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมใน จ.นราธิวาส ยังคงวิกฤติ เนื่องจากมีฝนตกหนักส่งผลให้ปริมาณแม่น้ำสายหลัก ได้แก่ แม่น้ำสุไหงโก-ลก น้ำท่วมพื้นที่ 13 อำเภอ 74 ตำบล 470 หมู่บ้าน 2 เขตเทศบาล 44 ชุมชน มีผู้ประสบอุทกภัย 36,605 ครัวเรือน 145,686 คน

ที่มา: https://www.thairath.co.th/content/842541

เห็นได้ว่าเป็นการง่ายมาก ข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข พบว่าในปี 2560 มีเด็กจมน้ำเสียชีวิตถึง 708 คน โดยพบมากสุดในช่วงปิดเทอม 3 เดือน (มีนาคมพฤษภาคม) และเกือบครึ่งเป็นกลุ่มเด็กอายุ 5-9 ปีมากที่สุด  กรมควบคุมโรคได้ทำข้อแนะนำในแต่ละชุมชนว่า 

  1. สำรวจแหล่งน้ำเสี่ยงในชุมชน  
  2. เฝ้าระวังและแจ้งเตือนในชุมชน เช่น ประกาศเสียงตามสาย คอยตักเตือนเมื่อเห็นเด็กเล่นน้ำตามลำพัง  
  3. จัดการแหล่งน้ำเพื่อให้เกิดความปลอดภัย เช่น สร้างรั้ว ติดป้ายคำเตือน จัดให้มีอุปกรณ์ช่วยคนตกน้ำไว้บริเวณแหล่งน้ำเสี่ยง (ถังแกลลอนเปล่าผูกเชือก ขวดน้ำพลาสติกเปล่า ไม้)  
  4. สอนให้เด็กรู้จักแหล่งน้ำเสี่ยงและอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น  สำหรับผู้ปกครองควรเตือนเด็กและสอนให้เด็กเรียนรู้กฎความปลอดภัยทางน้ำ เช่น ไม่เล่นใกล้แหล่งน้ำ รู้จักประเมินแหล่งน้ำ เช่น ความลึก ความตื้น และกระแสน้ำ เป็นต้น

สำหรับเด็กๆใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีจำนวนของเด็กอายุ 0 – 18 ปี มากกว่า 660,000 คน คิดเป็นสัดส่วนประชากร 33% ซึ่งถือได้ว่ามีสัดส่วนประชากรซึ่งเป็นเด็กมากกว่าพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศ เด็กเหล่านี้จะต้องเข้าใกล้พื้นที่ที่มีน้ำท่วม หรือเล่นในบริเวณที่มีน้ำท่วม ในแต่ละปีมีเด็กๆ ต้องเสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วม ไม่มากก็น้อย โดยในปีล่าสุด จังหวัดปัตตานีและจังหวัดยะลามีเด็กเสียชีวิตจากน้ำท่วมในพื้นที่จำนวนจังหวัดละ 1 คน ทั้งนี้ยังไม่นับรวมเด็ก ๆ ที่เผชิญกับเหตุการณ์จมน้ำทั้งจมน้ำเอง และอยู่ในเหตุการณ์ที่เพื่อนจมน้ำ นอกจากนี้ เมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา เด็กนักเรียนจากจังหวัดปัตตานีได้ไปเที่ยว ฉลองปิดเทอมที่จังหวัดพังงา และได้เสียชีวิตจากการจมน้ำทะเลอีกจำนวน 1 ราย จากสถิติดังกล่าวรวมทั้งสถานการณ์น้ำท่วมซึ่งเผชิญอยู่ทุกๆปี จึงเป็นเหตุสำคัญที่สมาคมเด็กและเยาวชนเพื่อสันติภาพชายแดนใต้หรือกลุ่มลูกเลี้ยงร่วมกับ Save The Children ได้จัดโครงการลดความเสี่ยงภัยพิบัติโดยมีเป้าหมายสำคัญที่จะสร้างความอยู่รอดปลอดภัยให้กับเด็กๆใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จากเหตุการณ์ภัยพิบัติต่างๆโดยโครงการ ดำเนินการตามเสาหลัก 3 ด้านของกรอบโรงเรียนปลอดภัยกล่าวคือ 1 ด้านกายภาพ 2 ด้านการเตรียมความพร้อมอาทิเช่นการจัดทำแผนเผชิญเหตุและการซ้อมแผนเผชิญเหตุและ 3 ด้านการให้ความรู้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ เพื่อให้เด็กๆ มีความพร้อมในการเผชิญกับสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ซึ่งโครงการ ดำเนินการมาแล้วเป็นเวลา 2 ปี ในพื้นที่ 36 โรงเรียน ครอบคลุมทั้งจังหวัดยะลาปัตตานีและนราธิวาส และจะการถอดบทเรียนการทำงาน รวมทั้งจากข้อมูลทางสถิติ โครงการจึงเห็นความสำคัญของการสอนให้เด็กและเยาวชน มีทักษะเชิงลึก ในการว่ายน้ำเอาชีวิตรอด การช่วยเหลือเพื่อนเมื่อจมน้ำ และการกู้ชีพฉุกเฉิน 

สมาคมเด็กและเยาวชนเพื่อสันติภาพชายแดนใต้จึงได้ร่วมกับ กลุ่มเทใจ จัดโครงการ พัฒนาครูผู้สอน เรื่องการว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด และการกู้ชีพกู้ภัยเบื้องต้น โดยโครงการในระยะแรกมีเป้าหมาย สร้างวิทยากรแกนนำจำนวน 20 คนในประเด็นดังกล่าว และในอนาคต วิทยากรแกนนำเหล่านี้ จะนำความรู้ที่ได้ไปขยายผลต่อให้กับคุณครู จาก 36 โรงเรียน ซึ่งเป็นครูแกนนำ จากโครงการลดความเสี่ยงภัยพิบัติรุ่นที่ 1 และรุ่นที่ 2 ซึ่งกระจายพื้นที่ครอบคลุมทุกจังหวัด เพื่อให้คุณครูแกนนำ นำความรู้ที่ได้ไปขยายผลต่อกับเด็กนักเรียนในแต่ละโรงเรียนเป็นลำดับต่อไป นอกจากนี้ในระยะยาว สมาคมมีความคาดหวัง ที่จะขยายผล โครงการลดความเสี่ยงภัยพิบัติ รวมทั้งโครงการเรื่องการว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอดและการกู้ชีพกู้ภัยฉุกเฉิน ให้ครอบคลุมทุกโรงเรียน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป

 

วัตถุประสงค์ของโครงการ

  1. เพื่อพัฒนาให้เกิดครูแกนนำในเรื่องการว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด, ทักษะการว่ายน้ำช่วยชีวิต การช่วยเหลือคนจมน้ำ และการกู้ชีพฉุกเฉินในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เอง ซึ่งครูเหล่านี้จะเป็นนักสื่อสารสาธารณะที่ทำให้ทุกคนมีความเข้าใจและเห็นความสำคัญต่อการว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด
  2. กระตุ้นให้เกิดการสื่อสารเรื่องทักษะการเอาชีวิตรอดนั่นเป็นสิ่งสำคัญของ เด็กใน 3 จังหวัดชายแดนที่ควรมีทุกคน
  3. พัฒนาสื่อเพื่อให้ครูแกนนำนำวีดีโอดังกล่าวไปใช้สอนหรือเผยแผร่ให้กับผู้ปกครอง โรงเรียนและหัวหน้าชุมชมเห็นความสำคัญของทักษะดังกล่าว ผ่านทาง social media ของโครงการ

กลุ่มเป้าหมาย

  1. ครูและเยาวชนแกนนำจำนวน 20 คน 
  2. เด็กและเยาวชนในพื้นที่จำนวน 10 คน
  3. วิทยากรการฝึกอบรมจากสมาคมเพื่อช่วยชีวิตทางน้ำ จำนวน 4 คน
  4. วิทยากรการฝึกอบรมเรื่องการกู้ชีพฉุกเฉิน จำนวน 4 คน
  5. ครูและนักเรียนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ 36 โรงเรียนและเด็ก 2,000 คน

แผนกิจกรรม

  1. กิจกรรมภาคปฏิบัติเพื่อสร้างแกนนำเพื่อให้มีทักษะการว่ายน้ำและนำเรื่องราวไปสื่อสารจำนวน 30 คน 
    *เมื่อทุกคนเรียนจบจะได้ประกาศนียบัตรจาก สสจ.
  2. infographic การ การกู้ชีพฉุกเฉิน
  3. VDO เผยแพร่กข้อมูลโครงการ 
  4. การระดมทุมซื้อสระว่ายน้ำเคลื่อนที่เพื่อใช้การสอนให้กับเด็กใน 36 โรงเรียน

ผลที่คาดว่าจะได้รับระยะสั้น

  1. เกิดครูแกนนำจำนวน 20 คน
  2. เด็กและเยาวชนมีทักษะในการเอาชีวิตรอดจากภัยน้ำจำนวน 10 คน
  3. ครูแกนนำมีความรู้เรื่องการว่ายน้ำเอาชีวิตรอด การช่วยชีวิตทางน้ำ การกู้ชีพฉุกเฉิน และมีทักษะที่จะสามารถนำไปถ่ายทอดต่อได้
  4. infographic เรื่องการกู้ชีพสามารถเข้าถึงคนได้มากกว่า 10,000 reach ผ่านทาง social media ปลุกพลังเปลี่ยนไทย
  5. VDO เผยแพร่กข้อมูล เข้าถึงคนได้มากกว่า 10,000 reach ผ่านทาง social media ปลุกพลังเปลี่ยนไทย

ผลที่คาดว่าจะได้รับระยะยาว

  1. เด็กและเยาวชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ 36 โรงเรียนมีทักษะในการเอาชีวิตรอดจากภัยน้ำจำนวน จำนวน 2,000 คน
  2. ปัญหาเด็กจมน้ำได้รับการสื่อสารทำให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาวะทางกายดังกล่าว

องค์กรภาคี

  1. สมาคมเพื่อช่วยชีวิตทางน้ำ
  2. ครูพายุ ครูสอนว่ายน้ำ ผู้มีชื่อเสียง
  3. โครงการปลุกพลัง เปลี่ยนไทย
  4. สมาคมเด็กและเยาวชนเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ (กลุ่มลูกเหรียง)
  5. เทใจดอทคอม

 

สนับสนุนโครงการ

*กดปุ่มสีแดงด้านล่างเพื่อสนับสนุนโครงการ

0/5 คน
ถูกสนับสนุนแล้ว 0/1 เรื่อง

0/7 คน
ถูกสนับสนุนแล้ว 0/4 เรื่อง

0/200101 หน่วย
ถูกสนับสนุนแล้ว 0/3 เรื่อง

สิ้นสุดการระดมทุน

โครงการจะสิ้นสุดวันที่ 30 พฤษภาคม 2561

เจ้าของโครงการ

สถานที่กิจกรรม

สมาคมเด็กและเยาวชนเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ (กลุ่มลูกเหรียง) 116 ถนนอาคารสงเคราะห์ ตำบลสะเตง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา 95000 โทรศัพท์ 073–247101 โทรสาร 08–1433–2495

ติดต่อเจ้าของโครงการ

ปลุกพลังเปลี่ยนไทย ห้อง 409 ชั้น 4 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร 939 ถ.พระราม 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน 10330

ผู้ร่วมแบ่งปันล่าสุด

ความคืบหน้าโครงการ

  • เปิดรับ 3T

    19 เมษายน 2561

  • สิ้นสุดการเปิดรับ 3T

    30 พฤษภาคม 2561

  • เริ่มทำกิจกรรม

    25 พฤษภาคม 2561

    วันที่ 25 - 27