ออกกำลังกาย กายเราดี ช่วยเหลือผู้อื่น ใจเราดี วิถีชีวิตง่ายๆของ “วิญญา อุส่าห์ดี”

เพราะมีความมุ่งมั่นในการที่จะสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตที่ดีให้เกิดขึ้นรอบๆ ตัว

เพราะมีความมุ่งมั่นในการที่จะสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตที่ดีให้เกิดขึ้นรอบๆ ตัว “วิญญา อุส่าห์ดี” ผู้จัดการส่วน Division Manager บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จํากัด (มหาชน) จึงเริ่มพัฒนาคุณภาพชีวิตจากระบบพื้นฐานครอบครัวง่ายๆ จากครอบครัวตัวเอง หมู่บ้านตัวเอง รอบๆชุมชนของตัวเอง จนตอนนี้แผ่วงกว้างไปทั่วทั้งเหนือสุดและใต้สุดของประเทศ

วิญญาในภาพลักษณ์ของ ผู้ชายใจดี ที่มักจะถูกคนทั่วไปเรียกว่า “พี่ติน” หรือ “ลุงติน” ของเด็กๆ นอกจากจะเป็นผู้จัดการฝ่ายในวันทำงานแล้ว ในวันหยุดอื่นๆ หมวกของพี่ตินก็มีอีกหลายใบซึ่งทุกใบล้วนแล้วแต่มีคุณค่าทิ้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น เกษตรกรที่ดำเนินรอยตามเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙, การร่วมรณรงค์ให้ชุมชนน่าอยู่โดยการปลูกและชักชวนให้เพื่อนบ้านได้ปลูกต้นดอกดาวเรืองให้ทั่วหมู่บ้าน และที่สำคัญและผู้คนชาวบ้านฉางจังหวัดระยองจดจำ “พี่ติน” หรือ “ลุงติน” ได้มากที่สุดก็คือ เป็น นักจิตอาสา ตัวยงทีเดียว

โดยมักจะเห็นชื่อของวิญญาอยู่ในหลายๆกลุ่มอาสาในแถบจังหวัดระยอง หรือ เครือข่ายภาคตะวันออก อาทิ กลุ่มจิตอาสา PTTGC สาขาโรงกลั่นน้ำมัน, ชมรมจักรยานบ้านฉาง หรือ ประธานชมรมจักรยาน PTTGC Bike Club เป็นต้น ซึ่งหากมองกันแค่ชื่อชมรม อาจจะเป็นแค่กลุ่มคนปั่นจักรยานกลุ่มหนึ่ง แต่กลุ่มคนกลุ่มนี้ได้ช่วยเหลือผู้คนให้มีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างดีมาแล้วมากมายหลายคน ไม่ว่าจะเป็น ช่วยเหลือ ผู้ป่วยติดบ้าน โดยการสร้าง หรือ บูรณะบ้านให้เหมาะสมกับผู้ป่วย ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการในเขตอำเภอบ้านฉาง เพื่อเป็นยกระดับการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ป่วย ผู้ยากไร้ในทุกมิติ ทั้งร่างกายและจิตใจ ให้อยู่ในสังคมได้อย่างมีคุณค่า และบูรณาการ รวมไปถึงปั่นจักรยานเพื่อหาทุนซื้ออุปกรณ์การเรียน หรือ จักรยานสำหรับใช้ปั่นไปโรงเรียน ให้กับนักเรียนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลในจังหวัดต่างๆ อีกด้วย

“ผมมองทุกอย่างเป็นเรื่องสนุก ทำเรื่องสนุก ทำเรื่องที่เรารัก แล้วทุกอย่างจะจบลงที่ความสุข เหมือนการทำโครงการต่างๆของผมทุกวันนี้มันเริ่มจากผมชอบจักรยาน ผมชอบมาก ในการทำงานแต่ละครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการปลูกบ้านให้คนแก่ การหาเงินเพื่อช่วยเหลือเรื่องอุปกรณ์การศึกษา ผมเอากิจกรรมเกี่ยวกับจักรยานมาหาทุนเพื่อช่วยเหลือโครงการต่างๆเหล่านี้ เป็นโครงการการแข่งขันจักรยานเพื่อการกุศล เราทำแบบนี้เราได้ออกกำลังกาย ได้ท่องเที่ยวไปตามรูทต่างๆของทางจักรยานที่เราไป กายเราก็แข็งแรง ใจเราก็สบายด้วย”

วิญญาเล่าว่า “จิตอาสา” ของเขานั้น เริ่มมาตั้งแต่เมื่อหลายสิบปีก่อน จากความประทับใจของเจ้านายที่ตำแหน่งใหญ่โต แต่ทำตัวเล็กกระจิด จนเกิดเป็นความประทับใจและอยากส่งต่อสิ่งที่ดีเหล่านั้น

“ผมเริ่มปั่นจักรยานเพื่อช่วยผู้อื่น มันเริ่มมาจาก เจ้านายคนเก่าของผม เขาเป็นคนต่างประเทศ เป็นผู้บริหารระดับสูง แต่ว่าเขามีความมเป็นกันเองกับพวกเรามาก รวมไปถึงให้ความเป็นกันเองนั้นผ่านไปยังครอบครัวของเราเหล่าพนักงาน ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นลูกเด็กเล็กแดง หรือ คนแก่คนเฒ่า ผมจึงรู้สึกว่า เขาเป็นถึงผู้บริหาร ไม่ต้องลงมาอะไรก็ได้ ยังติดดินและทำเพื่อคนอื่นขนาดนั้น แล้วเราล่ะ จากนั้นผมกับเจ้านายเก่าคนนั้นก็ปั่นจักรยยานด้วยกันมาตลอด ด้วยความถ้อยทีถ้อยอาศัย จนผมต่อยอดมาส่งเสริมได้หลายกิจกรรม บางกิจกรรมผมก็ทำกับบริษัท คือ พีทีที โกลบอล เคมิคอล บางกิจกรรมผมก็ทำกับชาวบ้านและผู้นำชมชน

ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดีในชีวิตเลยก็ว่าได้ เพราะที่ผ่านมามีคนให้ความช่วยเหลือผมในเรื่องนี้ตลอด คือมีคนอยากทำบุญด้วย อยากร่วมในการทำสิ่งดีๆเพื่อคนอื่นๆกับผมกับทีมงาน กับพรรคพวกกัน บางครั้งผมบอกว่า ผมต้องการเงินจำนวนหนึ่งเพื่อนำไปสร้างบ้านให้กับคนยากไร้คนนั้นคนนี้ ผมได้เงินจำนวนนั้นมาก่อนที่กิจกรรมจะเริ่มซะอีก กลายเป็นว่าเราทำกิจกรรมนั้นก็ได้ช่วยคนมากกว่าที่ตั้งใจไว้อีกหลายคน”

อีกตัวอย่างหนึ่งที่ต้องบอกว่า ดีต่อใจ สำหรับการทำกิจกรรมของวิญญาก็คือ เขามีญาติ มีคนรักมายิ่งขึ้น

“เมื่อปีก่อน ผมไปสร้างบ้านให้กับคุณยายท่านหนึ่ง ชื่อว่า ทองอยู่ อายุ 95 ปีแล้วในตอนนั้น บ้านแกทรุดโทรมจนอยู่ไม่ได้ และแกอยู่ตัวคนเดียว เดินเหินไม่ไหว ผมจึงร่วมกับเพื่อนๆกันหาเงินเพื่อสร้างบ้านใหม่ ทำให้เหมาะกับคนป่วย คือมีที่นอนอยู่ใกล้ห้องน้ำ เพื่ออำนวยความสะดวกกับคนป่วย หรือ คนแก่ที่ได้รับบ้านหลังน้ั้นไป ตอนนั้นในทุกๆ วันเกิดของคนที่บ้านผม ทั้งภรรยาและลูกชาย ผมจะไปเยี่ยมคุณยาย ไปขอพรกับท่าน ในเวลาสั้นๆที่ท่านอยู่ในบ้านหลังที่เราสร้างให้ก่อนที่ท่านจะจากไปเรามีความสุขกันมาก”

สำหรับกิจกรรมสร้างบ้านนั้น วิญญาและผองเพื่อนชมรมจักรยานทั้งในและนอกบริษัท ร่วมกันทำหลายโครงการ อาทิ “สร้างบ้านให้ผู้ป่วยจิตเวช” โดยโครงการนี้ได้ทำร่วมกับโรงพยาบาลบ้านฉาง ซึ่งภรรยาของเขาทำงานอยู่ที่นั่น “สร้างบ้านให้ผู้ด้อยโอกาส“รวมไปถึงการซ่อมจักรยานเพื่อเด็กๆ หรือ การบูรณะโรงเรียน และอีกหลายโครงการ ซึ่งแต่ละโครงการยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

“ในทุกๆ กิจกรรมต้องขอบคุณผู้บริหารบริษัททุกท่าน ที่เอาใจใส่และผลักดันกิจกรรมดีๆ ขอบคุณทีมงานเพื่อนนักปั่นทุกคนสำหรับมิตรภาพดีๆ ด้วย”

“ผมจะทำแบบนี้จนกว่าจะไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว หมายความว่า ผมไปอยู่ที่ไหนก็ทำได้ทั้งสิ้น ถ้าไม่ได้อยู่ระยอง แต่กลับไปบ้านเกิด สิ่งเหล่านี้ก็ยังคงทำได้เสมอ ขึ้นอยู่กับกิจกรรมที่จะทำให้เหมาะสมกับสถานที่นั้นๆ แต่กว่าจะไม่ได้อยู่ที่นี่ก็คงจะต้องรอเกษียณพอดี”

“เวลาผ่านไปเร็ว อายุเราเหลือน้อยลงไปเรื่อยๆ ยังพอมีเวลาก็ทำดีกันไว้มากๆ”